7M-เปิด 3 จุดตายเกมรับหงส์แดง! เสียบอลหน้าเขตโทษ-ไม่ยอมตัดฟาวล์-ถอยร่นทั้งคู่...ทำไมลิเวอร์พูลยังเจ๊านิวคาสเซิ่ลแบบซ้ำรอยซีซั่นก่อน?
Posted 25/08/2026 by 7mth.com

ท่ามกลางสีหน้าเอือมระอาของแฟนบอลลิเวอร์พูล เกมบุกเสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำภาพจำเดิม ๆ จากฤดูกาลที่แล้วอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสองประตูที่ทีมเสียให้กับ “สาลิกาดง” ซึ่งล้วนมีจุดเริ่มต้นจากความผิดพลาดซ้ำซากของตัวเอง
ประตูที่สอง...จุดตายที่ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำ
ถ้าประตูแรกอาจต้องยกเครดิตให้การโต้กลับเร็วสุดเดือดของเจ้าถิ่น ที่ แอนโธนี่ เอลังก้า วิ่งแซง มิลอส เคอร์เคซ ไปรับบอลจาก วิลเลียม โอซูล่า แล้วยิงผ่าน อลีสซง เข้าไปอย่างเฉียบขาด — แต่ประตูที่สองต่างหากที่สะท้อนปัญหาเชิงระบบของลิเวอร์พูลได้ดีที่สุด
เมื่อบอลถูกตัดได้หน้าเขตโทษของนิวคาสเซิ่ล แล้วทะลักไปถึง โยอัน วิสซ่า แนวรุกเจ้าถิ่น ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นถึงสามคนล้อมรอบ ได้แก่ โดมินิก โซโบซไล ที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง, โฟลเรียน เวียร์ทซ์ ที่วิ่งกดดันจากด้านหลัง และ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ที่ไล่ลงมาเพื่อแก้ตัวจากจังหวะเสียบอลของตัวเอง แต่ทว่า...ไม่มีใครตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเข้าตัดฟาวล์ หรืออย่างน้อยก็เข้าปะทะเพื่อหยุดเกมโต้กลับแม้แต่คนเดียว
นี่คือ “จุดแรก” ของความผิดพลาดที่ลามไปสู่หายนะลูกที่สอง เพราะเมื่อบอลผ่านแนวกองกลางไปได้แบบไม่ถูกเบรก คู่เซนเตอร์แบ็กอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ ก็ยังถอยร่นลงไปพร้อมกันโดยไม่มีใครกล้าพุ่งเข้าหาบอล หรือชะลอจังหวะให้เพื่อนกลับมาช่วย
ผลลัพธ์คือบอลที่ควรถูกหยุดกลางสนาม กลับไหลยาวไปถึงเขตอันตรายและจบลงที่ประตูตีเสมอของนิวคาสเซิ่ล เป็นการเสียประตูที่ชวนหงุดหงิดที่สุด เพราะมันเกิดจากความนุ่มนิ่มของตัวเองล้วน ๆ
กราเฟนแบร์กกับบทบาทที่เปลี่ยนไป...ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม
ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือบทบาทของ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ที่เปลี่ยนไปจากซีซั่นคว้าแชมป์ 2024/25 อย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่รับหน้าที่เบอร์ 6 คอยปักหลักอยู่หน้าแผงหลังและตัดเกม วันนี้เขากลับถูกอนุญาตให้ขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกถึงหน้าเขตโทษคู่แข่งเป็นประจำ
แน่นอนว่าการที่ “กราฟ” พาบอลขึ้นหน้าเองได้ช่วยเพิ่มมิติเกมรุก แต่เมื่อเขาเสียบอลและไม่มีกองกลางคนอื่นถอยลงมาคุมพื้นที่แทน — เพราะสองกองกลางที่เหลือยืนตำแหน่งพร้อมเล่นเกมรุกทั้งหมด — พื้นที่ตรงกลางจึงเปิดกว้างราวกับทางด่วนให้คู่ต่อสู้พุ่งทะลุถึงคู่เซนเตอร์แบ็กได้ง่ายดาย
คำถามคือทำไมทั้ง อาร์เน่อ สล็อต (ฤดูกาลที่แล้ว) และ อันโดนี อิราโอล่า (ฤดูกาลนี้) ยังยอมให้กราเฟนแบร์กเล่นแบบนี้ทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยง?
คำตอบตามตรรกะคือพวกเขาต้องการเพิ่มจำนวนผู้เล่นในพื้นที่สุดท้าย เพื่อเจาะทีมที่ตั้งรับต่ำ และเชื่อมั่นในระบบการครองบอลที่แน่นอนพอจะไม่เสียบอลง่าย ๆ แต่เมื่อเกิดการเสียบอลขึ้นจริง ปฏิกิริยาตอบสนองของทีมกลับไม่เป็นไปตามแผน — ไม่มีการรุมบีบแย่งคืนทันที ไม่มีการวิ่งกลับมาประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็ว และไม่มีการตัดฟาวล์เพื่อตัดเกม
นี่คือเหตุผลที่ลิเวอร์พูลเสียประตูจากจังหวะโต้กลับซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา และยังไม่เข็ดหลาบในเกมแรกของซีซั่นใหม่
ย้อนมองฤดูกาลแชมป์...สมดุลที่หายไป
ในฤดูกาล 2024/25 ที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมรับของทีมแข็งแกร่งมาก โดยเสียไปเพียง 41 ประตูตลอดทั้งซีซั่น ปัจจัยสำคัญคือกราเฟนแบร์กยึดตำแหน่งเบอร์ 6 อย่างเคร่งครัด ขณะที่นักเตะคนอื่น ๆ ก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาช่วยเกมรับอย่างสุดชีวิตเมื่อทีมเสียบอล ส่งผลให้คู่ต่อสู้แทบไม่มีโอกาสได้บอลโต้กลับแบบยาว ๆ
แต่ภาพเหล่านั้นเลือนหายไปในฤดูกาลที่แล้ว เมื่อซาลาห์หมดสิทธิพิเศษไม่ต้องช่วยเกมรับ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งรุกและรับ กราเฟนแบร์กจึงถูกดันขึ้นสูงกว่าเดิม และพื้นที่หน้าแผงหลังก็กลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกเจาะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บทเรียนจากซีซั่นก่อนควรทำให้นักเตะระดับนี้เข้าใจได้ทันทีว่า ต่อให้ระบบรุกสวยหรูแค่ไหน แต่ถ้าจัดการความเสี่ยงหลังเสียบอลไม่ได้ มันก็ไม่คุ้มค่ากับการเสียประตูแบบเดิม ๆ
ผลกระทบจากคู่หู เวียร์ทซ์-อิซัค ที่ยังไม่ลงล็อก
อีกหนึ่งปัญหาที่กระทบถึงบทบาทของกราเฟนแบร์กคือ การประสานงานของคู่กองหน้าใหม่อย่าง โฟลเรียน เวียร์ทซ์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่ยังไม่เข้าขากันเลยในเกมที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ทั้งคู่แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมรุกเลย ทำให้ทีมยิ่งต้องพึ่งพาการเติมขึ้นมาของกองกลางอย่างกราเฟนแบร์กมากขึ้น
ถ้าเวียร์ทซ์และอิซัคเชื่อมต่อกันได้ลื่นไหลอย่างที่คาดหวัง กราเฟนแบร์กอาจถอยลงไปโฟกัสเกมรับได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงจากเกมโต้กลับ และคืนสมดุลให้ทีม — แต่นั่นคือโจทย์ที่อิราโอล่ายังต้องแก้ โดยเฉพาะเมื่อ อูโก้ เอกิติเก้ ตัวเชื่อมเกมคนสำคัญยังบาดเจ็บยาว
งานหนักของอิราโอล่า...และแสงสว่างเล็ก ๆ จากฟูลแบ็ก
แม้ผลการแข่งขันจะน่าผิดหวัง แต่ก็พอมีสัญญาณบวกจากเกมรุกทางริมเส้นของ มิลอส เคอร์เคซ (แบ็กซ้าย) และ เฌเรมี่ ฟริมปง (แบ็กขวา) ที่กล้าเติมขึ้นสูงและมีจังหวะเปิดบอลอันตรายหลายครั้ง แม้จังหวะสุดท้ายจะยังไม่เฉียบขาดพอ แต่ก็เป็นมิติใหม่ที่ช่วยให้ปีกมีพื้นที่เล่นมากขึ้น โดยเฉพาะ โกดี้ กักโป ที่ยังยึดตัวจริงฝั่งซ้ายได้อย่างเหนียวแน่น
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งปีกขวายังเป็นปัญหา เพราะ ริโอ เอนกูโมอา โชว์ฟอร์มเงียบสนิท ขณะที่ บิคตอร์ มูนยอซ ที่ลงมาเป็นสำรองช่วง 25 นาทีสุดท้ายกลับเติมพลังให้เกมรุกได้มากกว่าอย่างชัดเจน อิราโอล่าคงต้องพิจารณาให้โอกาสมูนยอซออกสตาร์ตเป็นตัวจริงบ้าง
บทสรุป...เกมแรกที่ยังมีการบ้านเพียบ
ฟุตบอลของอิราโอล่าเป็นฟุตบอลที่เน้นเกมรุก กล้าเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย และดูน่าตื่นเต้น แต่ความเสี่ยงนั้นต้องถูกจัดการให้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะจังหวะเปลี่ยนจากรุกเป็นรับหลังเสียบอล ซึ่งเป็นปัญหาค้างคามาจากฤดูกาลก่อนทั้งแท่ง
แฟนบอลหงส์แดงคงได้แต่หวังว่าเกมแรกจะเป็นเพียง “อุบัติเหตุซ้ำรอย” ครั้งสุดท้าย และทีมจะเรียนรู้ได้เร็วพอ ก่อนที่แต้มหล่นหายไปมากกว่านี้
ไปยังหน้าวิเคราะห์บอลของการแข่งขันนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
หน้าแรก >
7M - โคเวนทรี ซิตี้ 4-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด: โคเวนทรีถล่มนิวคาสเซิลหนีโซนตกชั้น
โคเวนทรี ซิตี้ หลุดพ้นจากโซนตกชั้นพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะอันน่าประทับใจ 4-1 เหนือนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนามโคเวนทรี บิลดิ้ง โซไซตี้ อารีนา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทีมของแฟรงก์ แลมพาร์ด คว้าชัยชนะในลีก ...
นิโก กอนซาเลซ ยืนยันนิวคาสเซิลสมควรได้รับมากกว่านี้จากความพ่ายแพ้อย่างหนักต่อโคเวนทรี
นิโก กอนซาเลซ กองกลางนิวคาสเซิล 'ไม่กังวล' กับความพ่ายแพ้ 4-1 ในพรีเมียร์ลีกต่อโคเวนทรีเมื่อวันจันทร์ (12 ตุลาคม) ทีมของมัทเธียส ใจส์สเลอ พ่ายแพ้อย่างชัดเจนในการเดินทางไปโคเวนทรี โดยได้ประตูจากแจ็ค รู ...
7M - วิเคราะห์บอล โคเวนทรี ดวล นิวคาสเซิ่ล 12 ต.ค. 69 สาลิกาดงหวังบุกคว้าชัยต่อเนื่อง
โคเวนทรี ซิตี้ เตรียมลงสนามด้วยความมั่นใจหลังบุกเอาชนะน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เพิ่งเก็บชัยเหนือฮัลล์ ซิตี้ 2-1 ทั้งสองทีมต่างตั้งเป้าคว้าชัยเป็นนัดที่สองติดต่อกันในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ดันโซกระตุ้นซันเดอร์แลนด์ให้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตัน
เควิน ดันโซ กระตุ้นให้ซันเดอร์แลนด์เรียนรู้จากความพ่ายแพ้ 0-2 ต่อไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่สนามสเตเดียม ออฟ ไลท์ ประตูในครึ่งหลังของแม็กซิม เดอ คอยเปอร์ และฌูเอิง ฮั ...
7M-วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้ 11 ต.ค. 69 “หงส์แดง” เจ็บแค้นเปิดแอนฟิลด์ดวล “เรือใบ” จ่าฝูงไร้พ่าย
แมนฯ ซิตี้ ของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ยกพลเยือนลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ หลังคว้าชัยรวด 5 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก 2026/27 แต่ข่าวคำตัดสินคดีครั้งใหญ่ช่วงฟีฟ่าเดย์ทำให้เกมนี้ยิ่งน่าจับตามอง
7M - ลิเวอร์พูลเล็งดาวรุ่งฟูแล่ม จอช คิง ท่ามกลางความสนใจจากอาร์เซนอลและแมนยู
มีรายงานว่าลิเวอร์พูลสนใจเซ็นสัญญากับจอช คิง กองกลางของฟูแล่ม โดยดาวรุ่งรายนี้กำลังได้รับความสนใจจากสโมสรชั้นนำหลายแห่งของยุโรปหลังจากผลงาน impressive ในพรีเมียร์ลีก ตามรายงานของ Football Insider สโมส ...
อัปเดตข่าวการย้ายทีม 7M: ลิเวอร์พูลได้สัญญาณบวกเรื่องโอลิเซ ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดแข่งกับเรอัล มาดริดเพื่อแม็คโทมิเนย์
เออร์ลิง ฮาลันด์, เอนดริก, ชูลส์ กุนเด และจอช อาเชียมปง ปรากฏอยู่ในข่าวซุบซิบ ตัวแทนของเออร์ลิง ฮาลันด์ได้ติดต่อบาเยิร์น มิวนิก, บาร์เซโลนา และเรอัล มาดริด เพื่อแจ้งค่าตัวและข้อเสนอสัญญาที่แน่นอนซึ่งจ ...
ใครหายบ้าง: อิซัค, กักโป พลาดเกมพบซิตี้, โซลิส พลาดเกมเจออาร์เซนอล
ลิเวอร์พูลจะไม่มีกองหน้าตัวเก่งอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ โคดี้ กักโป ที่บาดเจ็บสำหรับเกมในบ้านกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใครหายไปบ้างในเกมวีก 6? ที่อื่น อาร์เซนอลสูญเสีย คริสตอส โซลิส จากอาการบาดเจ็บแฮม ...
TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน
LIVE : ดูบอลสด ลิเวอร์พูล vs แมนซิตี้ พรีเมียร์ลีก 11 ต.ค. 69 พร้อมช่องถ่ายทอดสด
วิเคราะห์บอลเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท 13 ต.ค. 69 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด VS ปักกิ่ง กั๋วอัน
7M - "เขาอยู่ทุกที่" - เจมี่ คาร์ราเกอร์ วิจารณ์เจเรมี่ ฟริมปง ในเกมพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้
7M-วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้ 11 ต.ค. 69 “หงส์แดง” เจ็บแค้นเปิดแอนฟิลด์ดวล “เรือใบ” จ่าฝูงไร้พ่าย
ผลบอล คริสตัล พาเลซ รัวแซงฟอเรสต์ 3-1 แซงแมนยูขึ้นที่ 12
อัลบั้มภาพเด็ดๆ

ฟุตบอล - พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเต...

เกินต้าน ...มิสแกรนด์สกลนครฟาดทู...

หมวดไวกิ้ง ตำรวจสาวขวัญใจหนุ่ม ๆ...

แป้ง สุกานดา หรือ แป้งสามป๋องซาว...

เสี่ยว ปุย ยี่ อดีตดาวดัง OnlyFa...

แม่เจ้าโว้ย! นักร้องสาวนุ่งบิกิน...
คลิปไฮไลท์











![ตัดเกรด นักเตะไทย เกมเสมอ โอมาน 0-0 จ่อลิ่วน็อกเอาต์เอเชียน คัพ 2023 [Player Ratings]](http://uimg.7mth2.com/photo/small/20240123/20240123104123716066280.jpg)

















